สาวไม่พอใจพี่สะใภ้มาอยู่ด้วยนาน วางแผนฆ่าใส่ยาพิษในขวดนมหลาน

Category news

สาวไม่พอใจพี่สะใภ้มาอยู่ด้วยนาน วางแผนฆ่าโหดวางยาพิษใส่ขวดนมหลานสาววัย 11 สัปดาห์ เคราะห์ดีแผนแตกซะก่อน

เว็บไซต์เดลิเมล์รายงานว่า หญิงสาวคนหนึ่งเกิดความไม่พอใจที่พี่ชาย พี่สะใภ้ และหลานสาววัย 11 สัปดาห์ มาอาศัยอยู่ที่บ้านด้วยเป็นเวลานาน จึงจัดการใส่ยาพิษลงไปในขวดนมหลานสาวหวังฆ่าให้ตาย เคราะห์ดีที่แม่ของเธอไปรู้เห็นแผนการสุดโหดนี้เข้าซะก่อน

รายงานระบุว่า หญิงสาวคนดังกล่าวชื่อ ซาราย โรดิเกซ-มิแรนด้า (Sarai Rodriguez-Miranda) อายุ 19 ปี อาศัยอยู่บ้านที่รัฐอินเดียน่า สหรัฐอเมริกา โดยพี่ชายของเธอได้พาคู่หมั้นสาวและลูกน้อยย้ายเข้ามาอาศัยอยู่ที่บ้านแม่ของเธอเมื่อเดือนมกราคม ปีที่แล้ว ซึ่งเธอคิดว่าทั้งสามคนจะพักอยู่ด้วยเพียงชั่วระยะเวลาหนึ่ง แต่พอรู้ว่าผู้เป็นแม่อนุญาตให้พวกเขาพักอาศัยอยู่ได้นานกว่านั้น ทำให้เธอเกิดความไม่พอใจและวางแผนจะฆ่าหลานสาวของตัวเอง

โดยเธอได้ส่งข้อความอธิบายแผนการนั้นให้แฟนหนุ่มของเธอรู้อย่างละเอียด โดยเธอจะใส่ยาเม็ดบดละเอียดในขวดนม พร้อมบอกอีกดว่า เธอไม่กังวลเลยว่าจะโดนจับได้เพราะ “พวกเขาไม่มีทางสงสัยฉัน”

นอกจากนี้ เธอยังสอบถามแฟนหนุ่มด้วยว่าต้องใช้ยาแก้ปวดไมเกรน (Excedrin Migraine) กี่มิลลิกรัม ถึงจะฆ่าเด็กให้ตายได้ รวมทั้งส่งรูปภาพสากและครกที่เต็มไปด้วยผงยาสีขาวให้แฟนหนุ่ม ซึ่งเธอได้นำผงยานั้นใส่ลงไปในขวดนมขวดหนึ่งแล้วนำไปแช่ไว้ในตู้เย็น จากนั้นยังส่งข้อความไปหาแฟนหนุ่มอีกว่า “ฉันว่ามันตลกดีนะที่ฉันไม่ได้รู้สึกผิดเลยแม้แต่น้อย”

และก่อนที่จะเกิดโศกนาฏกรรมขึ้น แม่ของหญิงสาวก็ได้บังเอิญไปพบเห็นแผนการร้ายแรงนี้จากโทรศัพท์มือถือของลูกสาวซะก่อน จึงรีบไปตรวจดูขวดนมในตู้เย็นและพบว่าขวดนมขวดหนึ่งมีผงสีเขียวตกตะกอนอยู่ที่ก้นขวด ซึ่งเธอได้บันถึงรูปหน้าจอข้อความของลูกสาว นำขวดนมขวดนั้นใส่ถุงพลาสติก และหาสากกับครกที่ใช้บดยา ก่อนนำไปเป็นหลักฐานแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

พร้อมกันนั้นก็ได้รีบพาหลานสาว ลูกชายและลูกสะใภ้ไปตรวจที่โรงพยาบาล โดยจากการตรวจสอบพบว่ายาที่ผสมอยู่ในขวดนมนั้นมีปริมาณเพียงพอที่จะสังหารคนวัยผู้ใหญ่ได้เลยทีเดียว เคราะห์ดีที่มันถูกพบทันเวลา

ทั้งนี้ หลังจากหญิงสาวเห็นว่าหลานสาวของตัวเองยังปลอดภัยดีก็ได้ส่งข้อความเดือดดาลไปหาแฟนหนุ่มอีกว่า “ทำไมเด็กนั่นยังไม่ตาย พวกเขาต้องโยนมันทิ้งไปแล้วแน่ๆ ฉันอยากให้เธอตาย”

อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุเธอได้หนีไปหลบซ่อนตัวที่รัฐมิชิแกนกับแฟนหนุ่ม ก่อน 8 เดือนต่อมา จะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับตัวได้ โดยเธอยอมรับในการกระทำร้ายแรงดังกล่าว ปัจจุบันเธอถูกขังโดยห้ามประกันตัว และเตรียมขึ้นศาลพิจารณานี้ในวันที่ 18 พฤษภาคม ปีนี้ ซึ่งคาดว่าเธออาจมีโทษจำคุกสูงสุด 25 ปี